AMAZING MOROCCO โมร็อคโค 
EMIRATES AIRLINES ​10 วัน 7 คืน
สถานที่ท่องเที่ยว
-นครสีฟ้าเชฟชาอูน
-เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส
-ทะเลทรายซาฮาร่า
-ชมโชว์การแสดงพื้นเมือง
-JARDIN MAJOREELLE
- เมืองคาซาบลังก้า

     

กำหนดวันเดินทาง
ราคาแนะนำเพียง :AMAZING MOROCCO โมร็อคโค10 วัน 7 คืน (EK)
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พัก 2-3 ท่าน
ท่านละ
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี
(เสริมเตียง)
ท่านละ
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี
(ไม่เสริมเตียง)
ท่านละ
ไม่รวมตั๋ว
ท่านละ
พักเดี่ยวเพิ่ม
ท่านละ
22 – 31 มี.ค.63 49,900.- 49,900.- 49,900.- 28,400.- 5,900.-
28 เม.ย.–7 พ.ค. 63 51,900.- 51,900.- 51,900.- 30,400.- 5,900.-
โปรแกรมอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและฤดูกาล
โปรแกรมเดินทาง
keyboard_arrow_right
วันที่ 1 :: กรุงเทพฯ

22.00 น.

คณะพร้อมกันณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

keyboard_arrow_right
วันที่ 2 :: ดูไบ – คาซาบลังก้า – ราบัต – แมกเนส

01.05 น.

ออกเดินทางสู่ดูไบโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385
* คณะเดินทางวันที่ 28 เม.ย.63 ออกเดินทาง เวลา 01.15 น. และถึงดูไบ เวลา 04.45 น. *

05.00น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง

07.25น.

ออกเดินทางต่อสู่คาซาบลังก้า ประเทศโมร็อคโค โดยเที่ยวบิน EK 751
* คณะเดินทางวันที่ 28 เม.ย.63 ออกเดินทาง เวลา 07.25น. และถึงคาซาบลังก้า เวลา 12.55น. *

13.15 น.

ถึงสนามบินคาซาบลังก้า(Casablanca) ประเทศโมร็อคโค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 27ตุลาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เดินทางสู่คาซาบลังก้า มีความหมายในภาษาสเปนว่าบ้านสีขาว เป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองราบัต(Rabat)เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีต เมื่อโมร็อคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง  ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมร็อคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร  แวะถ่ายรูปป้อมอูดายา (Oudayas Fortress)ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อคโค ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และเป็น เมดิน่า หรือชุมชนชาวเมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น บรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโตรินี นับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมร็อคโค ในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม จากนั้นนำท่านเดินทางสุ่เมืองแมกเนส(Meknes)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก TAFILALETหรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 3 :: แมกเนส –เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส– เชฟชาอุน

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ชมเมืองแมกเนส(Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alawite Dynasty) ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการ ผลิตมะกอกไวน์และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู แวะชม ประตูบับมันซูเป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด นำท่านเดินทางสู่เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส(Roman city of Volubilis)ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีตซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1997

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่นครสีฟ้าเชฟชาอูน (Chefchaouen)เมืองที่ได้ชื่อว่ามนต์เสน่ห์แห่งโมร็อคโค เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปน และได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ.1956 จนได้รับอิทธิพลวิถีชีวิตและภาษาสเปนในปัจจุบันนี้ ชมบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าและสีขาว ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ สามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมร็อคโค ซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมร็อคโคให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ ของเมือง พร้อมให้ท่านมีเวลาเดินเลือกซื้อของที่ระลึกในตลาดเมืองเก่า

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก PARADOR หรือเทียบเท่า
*** เนื่องจากโรงแรมในเมืองเชฟชาอูนมีค่อนข้างน้อย ถ้าในกรณีที่โรงแรมในเมืองเชฟชาอูนเต็ม ทางคณะจะเปลี่ยนไปนอนเมืองข้างๆแทน ***

keyboard_arrow_right
วันที่ 4 :: เชฟชาอุน – เฟซ – เมืองเก่าเฟซ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเฟซ (Fes)เมืองหลวงเก่าใน ศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมร็อคโค เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน โดยเดินทางข้าม Middle Atlasภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา จนเข้าสู่เมืองเฟส

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านชมเมืองเฟส โดยเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab BouJeloudที่สร้างตั้งแต่ปี 1913  ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้างปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MerdersaBouImania)ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต  ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine)ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น  แวะชมสุสานของมูเลไอดริสที่ 2 (MoulayIdrissMausolem II) ที่ชาวโมร็อคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ พาท่านไปชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อคโค และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก L’ESCALE เทียบเท่า
**กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้ากระเป๋าเล็ก เพื่อค้างคืนในทะเลทรายในคืนถัดไป**

keyboard_arrow_right
วันที่ 5 :: เฟซ – อินเฟรน – มิเดล – เออร์ฟูด์ – เมอร์ซูก้า (ทะเลทรายซาฮาร่า)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางผ่านชม เมืองอินเฟรน (Infrane)เมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมร็อคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองมิเดล(Midelt)

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

ออกเดินทางสู่ เมืองเออร์ฟูด์ (Erfoud)ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน เดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์(แยกสัมภาระสำหรับค้างคืนในทะเลทราย) โดยนำท่านนำท่านนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WDไปท่อง ทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga)ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า ผ่านชมชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหาอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
** อิสระท่านพักผ่อนดูดาวท่ามกลางทะเลทรายตามอัธยาศัย **
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก CAFÉ DU SUD เทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 6 :: ขี่อูฐรับแสงอรุณ - เมอร์ซูก้า – ทอด้าจอร์จ - ทินเฮียร์ – วอซาเซท

เช้าตรู่

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า ** พิเศษ รวมค่าขี่อูฐ 1 ท่าน/อูฐ 1 ตัว เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม **(อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านนั่งรถ 4WDสู่เมืองเออร์ฟูด์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ จากนั้นเดินทางสู่ทอด้าจอร์จ(Todra Gorge) ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำใสไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตาเป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย เดินทางสุ่เมืองทินเฮียร์(Tinghir)ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวอซาเซท (Ouarzazate)เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย เมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว วอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก KARAM PALACEหรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 7 :: วอซาเซท – มาราเกซ – ชมโชว์การแสดงพื้นเมือง

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
แวะถ่ายรูป ป้อมทาเริทKasbah Taourirtเป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็ก ๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน พระราชวังของตระกูลกลาวี Glaoui Palace ผู้ปกครองมาราเกซ ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaouiที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด จากนั้นนำท่านออกเดินทางผ่าน เมืองไอท์ เบนฮาดดู AitBenhaddouเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญที่สุดในโมร็อคโค ภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู Kasbash of Ait Ben Hadouเป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดัง อาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่ เมืองมาราเกช (Marakesh)ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace)เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุคกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ตัวพระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นมีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสดเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง DjemaaFnaa Squareที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมร็อคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า ที่อยู่รายรอบจัตุรัส

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
** พร้อมชมโชว์การแสดงพื้นเมืองอันตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมร็อคกัน **
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก AYOUB HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 8 :: มาราเกซ – สวนจาร์ดีน มาจอแรล – คาซาบลังก้า

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรลJardin Majorelleหรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์Yves Saint Laurent Gardens ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาว ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีสประเทศฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า(Casablanca)นำท่านสู่เมือง คาซาบลังก้า  คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังก้า' แปลว่า สีขาว คาซาบลังก้า เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมร็อคโค' ด้วยซ้ำ

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

บ่าย

นำท่านชมเมืองคาซาบลังก้า(Casablanca) เมืองที่ถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Casablanca ออกฉายในปี ค.ศ.1942 นำท่านถ่ายรูปกับ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโกเป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่มากจุคนได้ 25,000 คนและมีหอคอยสูง 210 เมตร ชมโบถส์ชาวยิว (The Church of our ladies of Lourdes)ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา ต่อด้วยจัตุรัสสหประชาชาติ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสำคัญ

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก IMPERIAL CASABLANCAหรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 9 :: คาซาบลังก้า – ดูไบ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

11.00 น.

นำท่านเดินทางสู่สนามบินคาซาบลังก้า เพื่อทำการเช็คอินสัมภาระ และ มีเวลาเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน

14.55 น.

ออกเดินทางกลับสู่ดูไบโดยเที่ยวบินที่ EK752

keyboard_arrow_right
วันที่ 10 :: ดูไบ – กรุงเทพฯ

01.15 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง

03.40 น.

ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์เที่ยวบิน EK 376

12.50น.

คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง
อัตราค่าบริการนี้รวม
1          ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2.       ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3.       ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4.       ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5.       ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6.       ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7.       ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
          ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
          ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
          ลูกค้าท่านใดสนใจซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้
          เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
          เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
          **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
           [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.       ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
9.       ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1.       ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2.       ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 กก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจาก
โรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3.       ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4.       ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5.       ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศโมร็อคโค (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินพร้อมเงินมัดจำค่าทัวร์เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 800 บาท)
6.       ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น  (40 ดอลลาร์สหรัฐ)
7.       ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30ดอลลาร์สหรัฐ)
เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ
ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง
หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น
ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
 
ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นวีซ่า
1.       การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น
2.       กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามรถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
3.       สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น
4.       หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยนับวันเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และกรุณาเตรียมหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้กับทางบริษัทด้วย เนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า และจำนวนหน้าหนังสือเดินทาง ต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
5.       ท่านที่ใส่ปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออก หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ และพาสปอร์ต ถือเป็นหนังสือของทางราชการ ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ การขีดเขียน หรือ แต่งเติมใดๆ ในเล่ม
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
1.         ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว  หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง 
2.         หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
3.         นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น
กรณียกเลิกการเดินทาง
1.         แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง    คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2.       แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
3.       แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
4.       แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง      ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
5.       บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6.       กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน  ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ
7.       กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
8.       กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9.       กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไข เงื่อนไขการให้บริการ             
1.        ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2.       ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่าภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3.       เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4.       หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5.       การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6.       หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หมายเหตุ ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
1.         เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม  อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
2.       โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
3.       กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็มบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
4.       โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัตและไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

จองทริปนี้

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับไปหาท่าน

ติดต่อเรา
MERRYLAND TRAVEL SERVICE CO., LTD.
1270-1272 ถ.พระราม4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-2498217
แฟกซ์ 02-2401285-6, 02-2402287
อีเมลล์ merrylandtravel.th@gmail.com
ใบอนุญาตเลขที่ 11/00183

 


certified member of
Copyright 2015 © Marrytravel. All rights reserved by siam-webdesign