EH ทัวร์อียิป อียิปต์รำลึก 10 วัน7 คืน


ทัวร์อียิปต์ อียิปต์รำลึก 10 วัน 7 คืน
โดย อียิปต์แอร์ (MS) บินตรง เที่ยวครบ


สถานที่ท่องเที่ยว
  • นำท่าน ย้อนรอยอดีต ตามหาอารยธรรมโบราณยุคแรกๆ ของมนุษย์  ค้นหาดินแดนแห่งตำนานอันลี้ลับของ ฟาโรห์
  • ชมมหาปีรามิด1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมีประวัติศาสตร์  ยาวนานถึง 7,000 ปี
  • ชมเมือง กีซ่า เป็นที่ตั้งของ มหาปีรามิดและสฟิงซ์ ซึ่งมีชื่อเสียงก้องโลก
  • ชมเมือง ไคโร ชม พิพิธภัณฑ์อียิปต์ สถานที่รวบรวมร่องรอยอารยธรรมอียิปต์ ในยุคต่างๆ
  • ชม สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี ซึ่งมีอายุกว่า 800 ปี 
  • เยือน ป้อมซิทาเดล ช้อปปิ้งสิ้นค้าพื้นเมืองอันงดงามที่ “ตลาดข่านเอลคาลีลี”
  • ชม เมืองอเล็กซานเดรีย เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญ 
  • คอมออมโบ ชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์
  • ชมวิหารของเทพเจ้าสององค์คือ เทพโซเบค และ เทพเจ้าฮาโรเอริส เทพเจ้าแห่งการแพทย์
  • ชม เมืองเอ็ดฟู เข้าชม วิหารเอ็ดฟู วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพเจ้าฮอรัส
  • ชม เมืองลักซอร์  เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่รุ่งเรืองเมื่อกว่า 5,000 ปีมาแล้ว
  • ชม วิหารลักซอร์ วิหารทรายเนื้อละเอียดขนาดใหญ่และ วิหารคาร์นัค วิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
  • เยือน หุบผากษัตริย์ ที่พักสุดท้ายของฟาโรห์ 62 พระองค์ โดยเฉพาะ ฟาโรห์หนุ่มตุตันคาเมน&วิหาร พระนางฮัคเซฟซุท
  • ชมเมืองอัสวาน สถานที่ตั้งเขื่อนยักษ์และถือว่าเป็นที่พักผ่อนอันสวยงามมีอากาศดีตลอดปี
  • ล่องเรือชมทิวทัศน์ของ แม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก &เยือนเกาะ Elephant Tile
  • ชม เมืองอาบูซิมเบล ซึ่งมี มหาวิหารอาบูซิมเบล ซึ่งประกอบด้วยวิหารใหญ่ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2และวิหารของ เนเฟอร์ตารี

     

กำหนดวันเดินทาง
วันเดินทาง ราคา
1827 ตุลาคม 2561 71,900.-
   

 

โปรแกรมเดินทาง
keyboard_arrow_right
วันที่ 1 :: กรุงเทพฯ

22.30 น.

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบินอียิปต์แอร์ (MS) ประตู 8 มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก

keyboard_arrow_right
วันที่ 2 :: กรุงเทพฯ – ไคโร (10.15 ชม.)– มหาปิรามิด + ขี่อูฐ

00.50 น.

ออกเดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS961 บินตรงสู่ไคโร (บนเครื่องบริการอาหารและเครื่องดื่ม)

06.05 น.

ถึงสนามบินกรุงไคโร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) 

08.00 น.

หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า พบกับตัวแทนของบริษัทฯนำท่านเดินทางเข้าที่พักระหว่างทางแวะชม สุสานทหารนิรนามสร้างเพื่อเป็นที่พักชั่วกาลนานของทหารอียิปต์ที่เสียชีวิตในสงครามกับอิสราเอล และเป็นสุสานของอดีตประธานาธิบดีอัลวา ซาดัด ที่เสียชีวิตด้วยฝีมือทหารองค์รักษ์ของเขาเองขณะที่กำลังตรวจพลสวนสนาม  

09.00 น.

ถึงโรงแรมเชิญรับประทานอาหารเช้า  จากนั้นเชิญท่านพักผ่อน

12.00 น.

นำท่านรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย

นำชม มหาปิรามิด(Great Pyramid) ที่ เมืองกีเซห์(Gizeh)เป็นชื่อเรียกสถานที่ฝังพระศพของเมืองเลโทโพลิสโบราณ(ปัจจุบันคือ ไคโร) ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตร.ม. บนที่ราบสูง เป็นที่สูงชัน ริมขอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลาดลงประมาณ 40 ม. มีลำคลองจากแม่น้ำไนล์เข้าสู่ภายใน แยกเขตทะเลทรายออกจากเขตอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้งของมหาปิรามิด 3 องค์ มีขนาดลดหลั่นกันตั้งเรียงรายท่ามกลางทะเลทราย โดยปิรามิดทั้งสามองค์นี้เป็นอนุสาวรีย์ทรงเรขาคณิต ที่ชาวกรีกยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก องค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณสร้างเพื่อฝั่งพระศพของพระองค์เอง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาสร้างนาน 30 ปี จากหินขนาดใหญ่ แต่ละก้อนหนักกว่า 2 ตัน วางชิดกันแม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ประกอบด้วยปิรามิด 3 องค์ คือ

  1. ปิรามิดคีออพส์(Cheops) หรือปิรามิดคูฟู  สร้างเพื่อเป็นสุสาน ในพื้นที่ 53 ตร.ม. สูง 146 เมตร  ใช้แท่งหินในการสร้าง 2.3 ล้านแท่ง  หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิท  แม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน  ภายในมีห้องโถงหลายห้อง  ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงพระราชา ห้องโถงพระราชินี  ก้อนหินที่ใช้ทำด้วยหินแกรนิต รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ตัน ถือเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าอาจนำวิหารเซ็นต์ปิเตอร์ที่กรุงโรมรวมกับวิหารเซ็นต์ปอลที่ลอนดอน และดูโอโมวิหารแห่งเมืองฟรอเรนซ์  รวมไว้ในปิรามิดแห่งนี้ได้อย่างสบาย
  2. ปิรามิดเคเฟรน(Chefren) สร้างโดยฟาโรห์คาแฟ ในปี 2465 ก่อน ค.ศ.  สูง 136 เมตร ต่ำกว่าปิรามิดคีออพส์10 เมตร  สร้างบนเนินดินขนาดใหญ่  จึงทำให้ดูสง่ากว่าปิรามิด 2 องค์ กินเนื้อที่ประมาณ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร  ผิวฉาบเรียบด้วยหินปูนทูราผิวฉาบด้วยหินแกรนิตสีชมพู  มีห้องโถงกว้าง 2 ห้อง  ภายในถูกบุกรุก ทำลายเสียหายมาก 
  3. ปิรามิดมิเซรินุส(Mycerinus) สร้างโดยฟาโรห์เมนเคอเร ปี 2420 ก่อน ค.ศ.  มีขนาดเล็กสุด สูง 66.45 เมตร  ปัจจุบันสูงเพียง 62.18 เมตร กว้าง 108 เมตร
ชม สฟิงซ์ สลักจากเนินหินธรรมชาติสูง 21 เมตรยาว 73 เมตร อยู่ด้าน หน้าทางเข้าทางเข้าปิรามิดเครเฟรน ส่วนหัวเลียนแบบพระพักตร์เทพฮาร์มาคิส ลำตัวเป็นสิงสูง 20 เมตร ความยาวตลอดลำตัว 57 เมตร  ชาวอียิปต์นับถือเสมือนหนึ่งเทพเจ้า 
พิเศษ ..!! ฟรีขี่อูฐ ชมปิรามิดอูฐ 1 ตัวขี่ 2 ท่าน(กรุณาทิปคนจูงอูฐท่านละ US$ 1)
จากนั้นนำท่านชมการสาธิตวิธีทำกระดาษปาปิรุส(Papyrus Factory)กระดาษชนิดแรกของโลกซึ่งทำจากต้นกก (Kok) ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้า และเหตุการณ์ในสมัยโบราณ
ชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอม (Original Real Perfume Shop)มีให้ท่านเลือกหากว่า 100 กลิ่น อาทิ กลิ่น Aroma, Sandal Wood,

เย็น

รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารจีน จากนั้นนำท่านกลับที่พัก
พักที่ Le Meridian Pyramids Hotel ระดับ 5 ดาว พัก 2 คืน

keyboard_arrow_right
วันที่ 3 :: ไคโร – อเล็กซานเดรีย (3 ชม.)– ไคโร

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม

08.00 น.

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรียเมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงไคโรเมืองหลวงของอียิปต์ช่วงที่ถูกปกครองโดยชาวกรีกอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปากแม่น้ำไนล์ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ สร้างโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ปี 332 ก่อนคริสตกาลเป็นตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของพระนางคลีโอพัตรา และ มาร์ค แอนโทนี ปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก เดินทางผ่านทะเลทรายที่มีสภาพเป็นกรวดปูน ทราย มีหญ้าแห้งขึ้นเป็นหย่อม ๆแวะพักเข้าห้องน้ำระหว่างทาง

11.30 น.

ถึงเมืองอเล็กซานเดรีย นำท่านชมเมืองเก่าและเมืองใหม่
ชม Montaza Garden & Palaceปัจจุบันใช้เป็นที่รับรองแขกพิเศษของประเทศ อีกตึกเป็นที่ตั้งของโรงแรม 6 ดาว  จากนั้นรถแล่นเลียบชายทะเลเมดิเตอเรเนียนอันสวยงามผ่านโบสถ์ประจำเมืองและ หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ชม Pompey’ s  Pillarโบราณสถานที่เก่าแก่ และเป็นเสาหินที่สูงที่สุดของเมืองอเล็กซานเดรียเป็นเสาหินแกรนิตสีแดงจากเมืองอัสวานสูง 30 เมตร หัวเสาประดับด้วยลวดลายคอรินเทรียน (ศิลปะกรีก) สร้างถวายจักรพรรดิ์ Diocletian ในปี ค.ศ. 297 บริเวณเดียวกันมีรูปแกะสลักสฟิงซ์ 3 ตัว และ Nilometersหลงเหลืออยู่
ชมหลุมศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสานของชาวโรมันในอดีตมีกว่า 50,000 ศพ สุสานแห่งนี้มี 3 ชั้น ชั้นล่างมีทางเดินติดต่อถึงกันตลอดประมาณ 100 กม. สร้างในศตวรรษที่ 2 ลึก 32 เมตร  นับเป็นสุสานที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุด

12.30 น.

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ริมทะเลเมดิเตอเรเนียน

บ่าย

ชมKaetbay Fort(ภายนอก) หนึ่งในป้อมขนาดใหญ่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสร้าง  ค.ศ. 1479เพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเลทราย มีทัศนียะภาพที่สวยงามของอ่าวหน้าเมืองอเล็กซานเดรีย
พิเศษ ..!! ฟรีชมหอสมุดอเล็กซานเดรีย ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก  ภายในมีที่นั่งอ่านหนังสือ เกือบ 2 หมื่นที่นั่ง โดยแยกเป็นส่วนๆ มีไกด์ภาษาอังกฤษของห้องสมุดนำชมทุกชั่วโมง  ใช้เวลาอธิบายประมาณ 10-15 นาที มีห้องสมุดของเด็กเล็กและเด็กโต แยกส่วนกัน  นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดง แล้วแต่โอกาส  (มีค่าเข้าชมแยกต่างหาก ไม่รวมในรายการ)
ห้องสมุดเคยตั้งและถูกเผาในศตวรรษที่สี่ ใช้เวลาการสร้างใหม่ 12 ปี ด้วยเงินทุน 220 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ห้องสมุดอเล็กซานเดรียเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญมากอาร์คีมิดิสและยูคลิดใช้บริการของห้องสมุดนี้ในสมัยนั้น ศูนย์กลางการศึกษาคณิตศาสตร์เคยอยู่กับพิธากอรัส แต่สองศตวรรษหลังจากพิธากอรัสเสียชีวิตลง ศูนย์การเรียนเลขได้ย้ายไปอยู่ที่อเล็กซานเดรีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ได้ชัยชนะเหนือกรีก เอเชียไมเนอร์ และอียิปต์ ได้สร้างเมืองหลวงที่ทรงตั้งพระทัยให้เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเมื่อพโทเลมีขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์ อเล็กซานเดรียก็ได้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยแห่งแรกในโลก นักคณิตศาสตร์และนักปราชญ์หลั่งไหลสู่เมืองนี้จากชื่อเสียงของห้องสมุดอเล็กซานเดรียห้องสมุดนี้ตั้งขึ้นจากแนวคิดของ Demetrius Phalaerusที่โน้มน้าวให้พโทเลมีรวบรวมหนังสือดี ๆ โดยบอกว่าคนเก่งกาจจะตามมาเอง จึงได้มีการรวบรวมหนังสือจากทั่วอียิปต์ กรีก เอเชียไมเนอร์ และยุโรป ความพยายามในการหาหนังสือนั้นเข้มข้นชนิดที่ว่านักท่องเที่ยวที่เข้าอเล็กซานเดรียทุกคนจะถูกริบหนังสือ โดยหนังสือนั้นจะถูกนำไปคัดลอก  (โดยการเขียนด้วยมือ) แต่ห้องสมุดจะขอเก็บต้นฉบับไว้และคืนฉบับคัดลอกให้เจ้าของ ห้องสมุดได้รวบรวมหนังสือถึงหกแสนเล่มในเวลาต่อมา และเป็นที่รู้กันว่านักณิตศาสตร์สามารถหาความรู้ทุกอย่างในโลกได้โดยการมาที่ห้องสมุดนี้ ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย  ถูกทำลายหลายครั้ง ตั้งแต่ 47 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจูเลียส ซีซาร์โจมตีคลีโอพัตราด้วยการเผาท่าเรืออเล็กซานเดรีย ห้องสมุดตั้งอยู่ติดกับท่าเรือจึงพลอยถูกเผาไปด้วย หนังสือนับแสนเล่มถูกทำลาย แต่คลีโอพัตราตั้งพระทัยมั่นจะบูรณะห้องสมุดให้กลับคืนมาดีเหมือนเดิม มาร์ก แอนโทนีจึงยกทัพไปตีเมือง Pergamum ที่มีหนังสือดี และขนหนังสือทั้งหมดกลับอียิปต์

16.00 น.

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับกรุงไคโร

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่ ณ ภัตตาคารแล้วกลับที่พัก
พักที่ โรงแรม Le Meridien Pyramids

keyboard_arrow_right
วันที่ 4 :: ไคโร / ลุ๊กซอร์ (1.10 ชม.)

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

09.00 น.

ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ออกแบบโดยสถาปนิคชาวฝรั่งเศส ชื่อ มาร์เซล โดน่อน  ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระหว่างประเทศ เป็นสถานที่เก็บสะสมโบราณวัตถุที่เก่าแก่และล้ำค่ามากมาย ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์จนกระทั่งยุคจักรวรรดิโรมันมากมายกว่า 120,000 ชิ้น เก็บรวบรวมและจัดแสดงเล่าเรื่องราวความเป็นมาของอารยะธรรมอียิปต์โบราณอันรุ่งเรืองไว้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะห้องจัดแสดงสมบัติอันล้ำค่าขององค์ฟาโรห์ตุตันคาเมนรวบรวมเครื่องใช้ต่างๆ ของฟาโรห์อย่างครบครัน ชมโลงศพทองคำแท้หนัก 110 ก.ก. พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน หนัก 11 ก.ก. และ สมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์ เช่น เตียงบรรทม, รถศึก และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ  ชมรูปปั้นดินที่แสดงถึงชีวิต ประจำวันของชาวอียิปต์ ชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก (อีกชิ้นอยู่ที่เบอร์ลิน) ชมพระรูปของฟาโรห์อัคนาแตน-ฟาโรห์นักปฏิวัติ ชมพระรูปของพระนางฮัตเชปสุต (ฟาโรห์สตรีองค์เดียวของอียิปต์) นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่นๆ เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ ฝีมือประณีต ล้วนมีอายุกว่า 3,300 ปี  สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์การเตรียมตัวหลังความตายของชาวอียิปต์ หรือ การทำมัมมี่ (Mummy) ชมมัมมี่ของคนและสัตว์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  พร้อมร่วมค้นหาคำตอบแห่งปริศนาคัมภีร์มรณะ (Book of the Death) เปรียบเสมือนของกำนัลจากเทพแห่งความตาย

OPTION..  !!รายการเสริมพิเศษ ห้องมัมมี่ 11กษัตริย์(Royal Mummy Room) มัมมี่ขององค์ฟาโรห์รามเสสที่ 2 และพระศพขององค์ฟาโรห์ทั้งหมด 11 พระองค์ซึ่งถูกค้นพบ (ค่าเข้าชมประมาณ US$ 12ประมาณ 400บาท)กรุณาเช็คราคากับไกด์ท้องถิ่นอีกครั้ง

13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีน หลังอาหารนำท่านเดินทางไปสนามบิน

16.40 น.

ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS 359สู่เมืองลุ๊กซอร์ 

17.50 น.

ถึงเมืองลุ๊กซอร์  เดิมชื่อธีบส์ เป็นเมืองหลวงเก่า  ปกครองโดยราชวงศ์ที่ 18 และ 19 ห่างจากกรุงไคโร 675 กม. (เดินทางด้วยรถไฟใช้เวลา 1 คืน เครื่องบินใช้เวลา 1 ชม.) ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำไนล์  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่แห้งแล้ง  เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน มีประวัติมากว่า 3,000 ปีนำท่านเช็คอินเข้าที่พัก พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

พักที่

โรงแรม Steigenberger, Luxor ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ล

keyboard_arrow_right
วันที่ 5 :: ลักซอร์ – ล่องเรือสำราญ

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม แล้วเช็คเอ้าท์

เช้า

ชม “วิหารลุ๊กซอร์” เป็นวิหารทรายเนื้อละเอียดที่ใหญ่มากตั้งอยู่ทางใต้และมีขนาดเล็กกว่าวิหารคาร์นัค สร้างสำหรับบวงสรวงพระผู้เป็นเจ้ามีบางส่วนเหมือนกับวิหารคาร์นัคในสมัยโบราณเคยมีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่สองต้นเคียงกันที่หน้าวิหารปัจจุบันเสาต้นหนึ่งถูกนำไปตั้งไว้ที่จัตุรัสคองคอร์ดกรุงปารีส  เพื่อเป็นของขวัญแด่กษัตริย์นโปเลียนหลุยส์ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1835 มีรูปขนาดเท่ากันยืนเรียงโดยรอบภายในชมรูปปั้นเต็มตัวของฟาโรห์ตุตันคามอนและมเหสีขนาดเท่ากัน (ปรกติโดยทั่วไปคนอียิปต์โบราณจะสร้างรูปปั้นฟาโรห์ใหญ่กว่ามเหสี เพื่อแสดงอำนาจเหนือกว่ามเหสี) สมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2 พระองค์ได้โปรดให้สร้างอุทยานหน้าวิหารนี้ไป 3 กิโลเมตร  ตกแต่งด้วยรูปปฏิมากรรม ทำด้วยหินแกรนิตควอร์ทไซด์ ชมเสาโอบิลิสก์เสาบูชาสัญลักษณ์แห่งสุริยเทพ  หมายถึงความสว่างและชีวิต  ตรงข้ามกับปิรามิด อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความไร้วิญญาณ  การสร้างเสาโอบิลิสก์นิยมสร้างเป็นคู่ลักษณะเป็นทรงยอดแหลมที่ตัดมาจากหินแกรนิตทั้งต้น มิใช่นำหินแต่ละก้อนมาประกอบกัน ทางเดินจะตรงเป็นแนวนับจากประตูทางเข้า ไปจนถึงห้องบูชาเทพเจ้าด้านในสุด  ซึ่งมีเพียงฟาโรห์เท่า นั้นที่เข้าได้  เสาแห่งนี้มีปาฏิหาริย์โดยครึ่งบนมีสีขาวซีด ครึ่งล่างเป็นสีเหลืองนวล  เชื่อว่าตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเสานี้ จะสัมฤทธิ์ผลดังใจปรารถนา

จากนั้นนั่งรถต่อไปชม“วิหารคาร์นัค” ประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลังเป็นวิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการปฏิสังขรณ์จากฟาโรห์หลายพระองค์  สร้างเพื่อบูชาครอบครัวเทพเจ้า(Amon–Mut-Khonso) ถูกเคลื่อนย้ายมาจากเมืองโบราณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ เนื่องจากกระแสน้ำจากเขื่อนอัสวานไหล่บ่าท่วมทางเข้าวิหารมีรูปแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะนั่งหมอบเป็นแถวสองข้างทางใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างวิหารลุ๊กซอร์และวิหารคาร์นัคในอดีตกาลและที่สวยงามมากคือห้องเสา(Hypostyle Hall) ประกอบด้วยเสาสูง 134 ต้น เรียงเป็นแถวสลักด้วยอักษรและภาพจากนั้นนำท่านลงเรือสำราญระดับ 5* Super Deluxe Cruise

13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวันบนเรือสำราญ เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

16.00 น.

นำท่านนั่งรถม้าชมบรรยากาศรอบๆ เมืองลักซอร์นครที่เก็บซ่อนความลี้ลับแห่งทรัพย์สมบัติของเหล่ากษัตริย์ฟาร์โร ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนอียิปต์โบราณเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน มีประวัติมากว่า 3,000 ปี

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ หลังอาหาร ชมระบำหน้าท้องอันลือชื่อของอียิปต์ค้างคืนบนเรือ M/S FarahNile Cruise (พัก 4 คืน)    

keyboard_arrow_right
วันที่ 6 :: ลักซอร์ - เอสน่า – เอ็ดฟู

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าบนเรือ

08.00 น.

นำท่านเดินทางข้ามไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ (West Bank) หรือ นครธีบส์ในสมัยอียิปต์โบราณ  อดีตเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของคนตาย หรือ นครของผู้วายชนม์เต็มไปด้วยกลุ่มโบราณสถานที่มีประวัติน่าพิศวง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ชม อนุสาวรีย์แห่งเมมนอนหรือสุสานของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 อดีตเคยใช้เป็นวิหารประกอบพิธีศพของอาเมนโฮเทปที่ 3  ประมาณ 2,000 กว่าปีก่อน  เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง  ทำให้ตัววิหารพังลงมา  เหลือเพียงรูปสลักหินทรายขนาดใหญ่ 2 รูป สูง 20 เมตร 
ชมวิหารฮัคเชฟซุต ออกแบบโดยสถาปนิก ชื่อ “เซเนมุท” กว่า 3,500 ปีมาแล้วเป็นที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัตเชพซุต รู้จักในนาม “ราชินีหนวด” ฟาโรห์หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์อียิปต์ที่รุ่งเรืองมาก
จากนั้นชมหุบผากษัตริย์เป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 63 พระองค์ ตั้งอยู่ที่เทือกเขาทีบัน  พบทางเข้าแล้ว 14 แห่ง จัดให้ชมเพียง 5-6 สุสาน  ด้านหน้าทางเข้าสุสานฟาโรห์บนยอดเขานั้นดูคล้ายปลายแหลมยอดปิรามิด  เป็นการเลือกหวงซุ้ยในการฝั่งศพให้คล้ายว่าฝังอยู่ใต้ปิรามิด  สุสานเหล่านี้เป็นสุสานที่ถูกเลือกให้เป็นสุสานที่เก็บมัมมี่และสมบัติของกษัตริย์ถึง 62 สุสาน  แต่ละสุสานมีขนาดใหญ่เล็กต่างกัน  ขึ้นอยู่กับระยะเวลาครองราชย์  สุสานเริ่มสร้างเมื่อฟาโรห์ครองราชย์ และปิดเมื่อฟาโรห์สิ้นพระชนม์  ภายในหลุมมีจิตรกรรมที่งดงามสีสดใสราวกับเพิ่งวาดเสร็จ (ไม่รวมค่าเข้าสุสานของฟาโรห์ตูตันคามอน  จำกัดให้เข้าชมวันละ 100 คน ถ้าต้องการชมกรุณาติดต่อไกด์)

13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวันในเรือ
เรือล่องสู่เมืองเอ็ดฟู โดยผ่านเมืองเอสน่าสมัยฟาโรห์, เอสน่าเป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมสมัยอาณาจักรใหม่  มีเทพประจำเมืองหลายองค์ไม่ว่าจะเป็นคนุม (Khnum) เทพเจ้าหัวแพะผู้สร้างชีวิต  และนางสนม 2 องค์ซึ่งนับถือกันว่าเป็นเทพีของชนบทองค์หนึ่ง  และอีกองค์หนึ่งเป็นเทพหัวสิงห์

16.00 น.

บนเรือบริการน้ำชารอบบ่าย เรือล่องผ่านสันดอนที่เอ็ดน่า ระดับน้ำต่างกันประมาณ 6 เมตร ท่านสามารถชมการเปิดประตูน้ำและการถ่ายระดับน้ำได้ บนชั้นดาดฟ้าของเรือ จากนั้นเรือล่องต่อสู่เมืองเอ็ดฟู เมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่งในสมัยโบราณบนฝั่งซ้ายแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ตอนบน อยู่ใต้ลักซอร์ประมาณ 100 กม.  เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองฟากฝั่ง

19.00 น.

เชิญท่านร่วมงาน Cocktail in the Lounge แล้วรับประทานอาหารค่ำ ค้างคืนบนเรือ

keyboard_arrow_right
วันที่ 7 :: เอ็ดฟู - คอม ออมโบ – อัสวาน

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าบนเรือสำราญ
ถึงเอ็ดฟู นำท่านนั่งรถม้าชมวิหารเอ็ดฟูได้รับการยกย่องว่า เป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดตั้งอยู่ศูนย์กลางของบริเวณที่อยู่อาศัย  สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพเจ้าฮอรัสมีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้  มองได้ไกลเหมือนตาเหยี่ยว  อดีตวิหารถูกปกคลุมด้วยทรายเกือบถึงยอดตัวเสาและหัวเสาเป็นเวลานาน  ปี ค.ศ. 1860 มีการขนทราย ปรากฏว่าตัววิหารยังแข็งแรง แน่นหนา  ขนาดของวิหารยาว 137 เมตร มีเสาใหญ่แบบไพรอนที่วัดได้ 79 เมตรตรงด้านหน้า และสูง 36 ม. วิหารนี้มีขนาดใหญ่และสวยงาม สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเรือ (กรุณาทิปคนขับรถม้าท่านละ US$ 1)

12.30 น.

รับประทานอาหารกลางวันในเรือขณะเรือล่องไปเมืองคอม ออมโบ
เรือเทียบท่าหน้าวิหารคอม ออมโบ  ไกด์นำท่านชม วิหารคอม-ออม-โบตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่ล้ำออกมาถึงแม่น้ำไนล์  สามารถเห็นวิวของแม่น้ำไนล์อันงดงาม  คำว่า “คอม” เป็นภาษาอาหรับหมายถึงภูเขาเล็กๆ  วิหารนี้เกือบเป็นวิหารดะโครโพลิสของกรีก  หินที่ใช้สร้างแตกต่างกับวิหารอื่นๆ อาจเป็นเพราะถูกปกคลุมด้วยทรายเป็นเวลานาน  การวางแบบของพื้นที่แปลกและเฉพาะตัว เป็นวิหารของเทพเจ้าสององค์ คือ เทพโซเบค-เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้ และ เทพเจ้าฮาโรเอริส-เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ  วิหารนี้สร้างบนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไนล์  เป็นบริเวณที่มีจระเข้ชุกชุมในสมัยโบราณ  วัดนี้จึงบูชาเทพโซเบก ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้  และมีจระเข้มัมมี่เก็บรักษาไว้  ชมภาพแกะสลักพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายในการทำภาพยนตร์  และภาพแกะสลักที่สำคัญ คือ ภาพแกะสลักการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะภาพการคลอดลูกของหญิงอียิปต์โบราณ และปฏิทินโบราณ  มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ตลอดแนวท่าเรือ  ขายเสื้อผ้าและสินค้าพื้นเมือง ราคาย่อมเยาว์

16.30 น.

บริการชา-กาแฟ ระหว่างเรือล่องไปเมืองอัสวาน

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ ต่อด้วย Galabia Party (พาร์ตี้ชุดพื้นเมือง) ค้างคืนบนเรือ

keyboard_arrow_right
วันที่ 8 :: อัสวาน / อบูซิมเบล / อัสวาน

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้า
ชม เสาหินโอเบลิสก์ แกะสลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ (The Unfinished Obelisk) เป็นแท่งหินมหึมาที่สกัดเกือบเสร็จแต่มีรอยราวจึงทิ้งค้างไว้เช่นนั้นแท่งหินนี้เป็นของพระนางฮัทเชปซุท  หากไม่แตกร้าวจะเป็นเสาโอเบลิสก์ที่สูง 41 เมตร หนัก 1,200 ตัน เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างเพื่อบูชาแด่เทพอามุน-รา หรือสุริยะเทพ 

09.00 น.

พร้อมกันเดินทางไปสนามบินอัสวาน

10.10 น.

ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS 417 สู่ เมืองอาบู ซิมเบล

10.55 น.

ถึงอาบูซิมเบลมีรถทัวร์รอรับ (นั่งรถชัชเทิลประมาณ10 นาที) ไปชม  “มหาวิหารอาบูซิมเบล” ประกอบด้วยวิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 และ วิหารของเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิมเบลงดงามยิ่งใหญ่และมีชื่อก้องโลก มหาวิหารอาบูซิมเบล ตั้งอยู่บนหน้าผาขนาดใหญ่  การสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน ทำให้วิหาร 17 แห่งจมอยู่ใต้น้ำ จนองค์การยูเนสโก้ต้องมาช่วยยกให้พ้นน้ำ  ถูกชะลอขึ้นสูงจากพื้นดิน 65 เมตร   เป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี สิ้นค่าใช้จ่าย 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา  ภายในวิหารใหญ่มีห้องบูชา 3 ชั้น และมีรูปสลัก 4 องค์นั่งอยู่ด้านหน้าวิหาร แต่ละองค์สูงเท่ากับตึก 8 ชั้น  วันที่ 20 ของเดือนกุมภาพันธุ์ และตุลาคม ในแต่ละปี ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปต้องรูปสลัก เล่ากันว่าวันที่ 20 ก.พ. ตรงกับวันประสูติของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ขณะที่วันที่ 20 ต.ค. ตรงกับวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความเจริญทางวิทยาการทางการคำนวณของชาวอียิปต์โบราณ

13.15 น.

นำท่านเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS420กลับเมืองอัสวาน 

14.00 น.

ถึงอัสวาน นำท่านกลับเรือระหว่างทางชมเขื่อนยักษ์อัสวานสร้างโดยรัสเซีย ปี ค.ศ. 1964 เสร็จปี 1968 งบประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ เป็นเขื่อนขนาดยักษ์สูง 365 ฟุต ยาว 3,280 ฟุตขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ช่วยระบบชลประทานทำให้มีผลดีต่อการเพาะปลูกในลุ่มแม่น้ำไนล์  แต่มีผลเสียต่อโบราณสถานหลายแห่ง  และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10,000 ล้านวัตต์ต่อปี ให้ใช้ได้ทั้งประเทศ 

15.00 น.

รับประทานอาหารกลางวันบนเรือสำราญ

16.30 น.

นำท่าน ล่องเรือใบ (Felucca)แล่นโดยใช้แรงลมเป็นเรือใบเสาเดี่ยว สไตล์อียิปต์โบราณล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันงดงามหน้าเมืองอัสวานรอบเกาะช้างElephantine ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง ผ่านชม Agha Khan Mausoleum สุสานอากาข่านเป็นประมุขของศาสนาอิสลามผู้ล่วงลับบนยอดเขาฝั่งตะวันตกของแม่น้ำชมพระอาทิตย์ยามตกดินที่แสนจะโรแมนติด

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำค้างคืนบนเรือ  

keyboard_arrow_right
วันที่ 9 :: อบูซิมเบล / ไคโร / กรุงเทพ(8.20 ชม.)

07.30 น.

หลังรับประทานอาหารเช้าแล้วเช็คเอ้าท์ นำท่านเดินทางไปสนามบิน (กรุณาทิปพนักงานในเรือ @US$ 16 โดยใส่ซอง ฝากที่รีเชฟชั่น)

08.55 น.

โดย MS 092 นำท่านเดินทางกลับกรุงไคโร (สัมภาระเช็คทรูไปกรุงเทพฯ)

10.20 น.

ถึงกรุงไคโร  พบกับตัวแทนและรถที่รอต้อนรับ

11.30 น.

นำท่านรับประทานอาหารที่ภัตตาคารอาหารไทย

13.30 น.

ชม Old Coptic Cairoชมโบสถ์เซ้นท์เซอร์เจียส(Church of Saint Sergius) -โบสถ์คริสต์ของชาวมุสลิม อยู่ใจกลางเมืองไคโรเก่า เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในกำแพงเสาหินดั่งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 3-4 (อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้น) เป็นที่หลบภัย ของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็มกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า ระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย  สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม๋ทุกคน  โจเซฟและมาเรีย ต่อมาเป็นเซ็นต์โจเซฟและพระนางมารี)  ได้นำพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้น เดินทางหลบหนีมาซ่อนภัยกันทั้งครอบครัว ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา 4 ปี ปัจจุบันโบสถ์อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้น
นำชมCitadelเมืองเก่าชม ป้อมปราการ สร้างปี ค.ศ. 1176 สมัยสุลต่านซาลาอัดดินเพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู สมัยสงครามครูเสด ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการราชการอยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรได้ฃไกลถึงปิรามิด ที่กีเซ่ห์
ชม สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัด อาลีสุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร สร้างปี ค.ศ. 1830 เสร็จปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์ของกรุงไคโร  ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวสุเหร่าและส่วนของสนาม  บริเวณตรงกลางน้ำพุ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก ต้องการให้มีรูปแบบเหมือน Blue Mosque ที่อิสตันบูล แต่ทำได้ไม่เหมือน ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร  เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 เมตร มีโดมขนาดเล็กรองรับอีก 4 มุม ตัวอาคารสร้างด้วยหิน Alabasterตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลามหน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศสมอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญแลกกับเสาโอเบลิสก์ที่ตั้งอยู่ที่ Place de la Concorde กรุงปารีส

16.00 น.

จากนั้นอิสระให้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ (Khan El Khalili Bazaar)  หลากหลายด้วยร้านค้า เครื่องเทศ, เครื่องเงิน, ร้านทอง, เสื้อผ้า ฯลฯ  ชมร้านกาแฟอายุร่วม 200 ปี “ฟิชาวี คอฟฟี่เฮาส์” เปิดขายตลอด 24 ชม. นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัส
**เชิญซื้อ “คาร์ทูซ” จี้ทำด้วยทองคำหรือเงินแกะสลักชื่อแบบภาษาอียิปต์โบราณ(Hieroglyphic Characters) ในรูปทรงยาวเก๋สวยแปลก แปลว่ามีอายุยืนยาวอดีตองค์ฟาโรห์ใช้สลักชื่อขององค์เองตามโบราณสถานและสุสานของพระองค์

18.30 น.

รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคารท้องถิ่น

19.30 น.

นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงไคโร

22.35 น.

โดยเที่ยวบินที่ MS 960นำท่านบินตรงเดินทางสู่ กรุงเทพฯ
(บนเครื่องบินการอาหารค่ำม เช้า และเครื่องดื่ม)

keyboard_arrow_right
วันที่ 10 :: กรุงเทพ

12.35 น.

ถึงกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) โดยสวัสดิภาพ 

อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง
อัตราค่าบริการรวม
  1. ทุกอย่างตามที่ระบุในรายการ
  2. มีน้ำดื่มบริการในรถและระหว่างมื้ออาหาร
  3. ค่าวีซ่าประเทศอียิปต์ ใช้เวลาในการยื่นวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วัน (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย)
  4. ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารไป-กลับ กรุงเทพ/ไคโร / ลุกซอร์—อัสวาน/อบู ซิมเบล/อัสวาน/ไคโร/กรุงเทพ ชั้นทัศนาจร โดยสายการบิน อียิปต์แอร์ รวมค่าภาษีน้ำมันและภาษีสนามบิน
  5. มัคคุเทศก์ชำนาญเส้นทางจากไทย
 
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าภาษีมูลค่า 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
3. ค่าเข้ามุดลงไปในปิรามิด, ค่าเข้าชมห้องมัมมี่ฟาโรห์ 11 พระองค์ ที่พิพิธภัณฑ์ฯ และรายการอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้
4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ  เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม สั่งพิเศษนอกเหนือรายการ, มินิบาร์   และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
5. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 24 USD)      
    พนักงานขับรถ ท่านละ 2 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 USD)
    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย100 บาท / ท่าน / วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความประทับใจของลูกค้า

เงื่อนไข
งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 20, 000 บาท/ท่าน (หลังการจองภายใน 3 วัน)พร้อมส่งสำเนาหนังสือเดินทาง
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 21วัน 
หากไม่ชําระค่าใช้จ่ายภายในกําหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ
*** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานฑูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามแต่สถานการณ์และคุณสมบัติของลูกค้าในแต่ละราย หากท่านมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

จองทริปนี้

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับไปหาท่าน

ติดต่อเรา
MERRYLAND TRAVEL SERVICE CO., LTD.
1270-1272 ถ.พระราม4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-2498217
แฟกซ์ 02-2401285-6, 02-2402287
อีเมลล์ merrylandtravel.th@gmail.com
ใบอนุญาตเลขที่ 11/00183

 


certified member of
Copyright 2015 © Marrytravel. All rights reserved by siam-webdesign