อินเดีย-เนปาล-เขาคิชฌกูฏ
8วัน 7คืน 

โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์

 
สถานที่ท่องเที่ยว
· ตามรอยศรัทธาพระพุทธเจ้า อินเดีย – เนปาล
· เยือนเมืองลุมพินี – พุทธคยา – สารนาถ– กุสินารา
· นมัสการสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา  และปรินิพพาน 
· ขึ้นเขาคิชฌกูฎนมัสการถ้ำพระโมลคัลลา ชมกุฏีพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฎีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า
·  ลงเรือล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตของชาวฮินดู
กำหนดวันเดินทาง
กำหนดการเดินทาง ราคา
ผู้ใหญ่
(ห้องละ2 ท่าน)
ราคาเด็ก
(มีเตียง)
พักกับ 2 ผู้ใหญ่
ราคาเด็ก
(ไม่มีเตียง)
พักกับ 2 ผู้ใหญ่
พักเดี่ยว
เพิ่ม
วันที่ : 20-27ธ.ค. 60 43,900 42,900 41,900 13,500
วันที่ :10 - 17 ม.ค. 61 43,900 42,900 41,900 13,500
วันที่ :31 ม.ค.  - 07 ก.พ. 61 43,900 42,900 41,900 13,500
วันที่ :04 - 11 ก.พ. 61 43,900 42,900 41,900 13,500
**ราคานี้สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าชาวไทยเท่านั้น
- พาสปอร์ตต่างชาติเก็บเพิ่ม 1,760 บาท ต่อ ท่าน
- พาสปอร์ตอเมริกาเก็บเพิ่ม 2,760 บาท ต่อ ท่าน **
 
***ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง
มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ***

 
โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ
ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ

โปรแกรมเดินทาง
keyboard_arrow_right
วันที่ 1 :: กรุงเทพฯ – พุทธคยา

05.00 น.

คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ C เช็คอินกรุ๊ปของสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ (Bhutan Airline) โดยมีเจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก

07.00 น.

ออกเดินทางสู่เมืองคยาโดยสายการบินไทยสมาย์ เที่ยวบินที่ B3-707 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)

08.30 น.

ถึงสนามบินเมืองคยาประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 01.30 ชั่วโมง) และผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 
นำท่านชม พระมหาโพธิ์เจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธเมตตาพระพุทธรูปที่รอดจากการถูกทำลายจากพระเจ้าศศางกา พระพุทธ รูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณห้องอาหารของโรงแรม
เริ่มต้นการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง แห่งที่ ๑ พุทธคยา สถานที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าซึ่งค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ชื่อเซอร์อเลกซานเดอร์ คันนิงแฮม เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้วนำท่านนมัสการสถูปพุทธคยาทรงศิขระที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป“พระพุทธเมตตา”ปางมารวิชัย แล้วนำนมัสการต้นศรีมหาโพธิ์ที่ได้นำพันธุ์มาปลูกตรงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้สมโพธิญาณแล้วนำชมสัตตมหาสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้แล้วเจ็ดแห่ง แห่งละสัปดาห์รอบๆพุทธคยาเพื่อทบทวนความรู้ก่อนที่จะเสด็จออกสั่งสอนผู้คน อันประกอบไปด้วย
๑  เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๑
๒  เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๒
๓  เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๓
๔  เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๔
๕  เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่๕
๖  เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินทร์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ ๖
๗  เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด ๗วัน
จากนั้นนำท่านชมศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี ชมเสาพระเจ้าอโศกที่ทรงให้สร้างเพื่อประกาศศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชาแก่สังเวชนียสถาน ชมประตูโทรณะที่สลักเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แล้วชมสถูปและภาพสลักอดีตพระพุทธเจ้าศิลปะสมัยปาละอายุราว ๑,๒๐๐ ปี“สมัยปาละเป็นช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายอยู่ในอินเดียภาคเหนือโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา รัฐพิหารตามหลักฐานการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทางมาสืบทอดพุทธศาสนาของหลวงจีนเหี้ยนจัง(พระถังซัมจั๋ง)และหลวงจีนอี้จิงจากประเทศจีน” ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา 

keyboard_arrow_right
วันที่ 2 :: พุทธคยา– ราชคฤห์ – นาลันทา – เวสาลี

เช้า

บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้นเขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ได้แก่เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิสิคิลิ และปัณฑวะชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการถ้ำพระโมคคัลลา ชมถ้ำพระสารีบุตรสถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏีของพระอานนท์นมัสการมูลคันธกุฏีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก “ชีวกัมพวัน” เป็นสวนป่ามะม่วงที่หมอชีวกโกมารภัจจ์อุทิศถวายเป็นสังฆารามแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ปัจจุบันเหลือซากโบราณสถานให้เห็นเป็นซากหินเรียงรายกันอยู่ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประชวรห้อพระโลหิตจากการที่สะเก็ดหินมากระแทกถูกพระบาทเพราะพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาหมายปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ได้พาพระพุทธองค์มาที่ชีวกัมพวัน และหมอชีวกเป็นผู้ถวายการรักษาโดยการผ่าตัดเอาสะเก็ดหินออก ชีวกัมพวันจึงถูกเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนา

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน)วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์1250องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่นาลันทา นมัสการหลวงพ่อดำซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ.๑๗๔๒ กองทัพมุสลิมเติร์กได้ยกทัพมารุกราน รบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือกองทัพมุสลิมเติร์กได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมดและสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง3เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองเวสาลี

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Vishali Residency Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเวสาลี

keyboard_arrow_right
วันที่ 3 :: เวสาลี – กุสินารา

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งในสิบหกแค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลีไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองไวสาลี พร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดีย เมืองเวสาลีมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาลโดยเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแคว้นหนึ่งในบรรดา ๑๖ แคว้นของชมพูทวีป มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรมหรือคณาธิปไตย ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่ง คือไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทรงอำนาจสิทธิ์ขาด มีแต่ผู้เป็นประมุขแห่งรัฐซึ่งบริหารงานโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกจากเจ้าวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมเป็นคณะผู้ครองแคว้น ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าเจ้าวงศ์ต่างๆ มีถึง ๘วงศ์ และในจำนวนนี้วงศ์เจ้าลิจฉวีแห่งเวสาลีและวงศ์เจ้าวิเทหะแห่งเมืองมิถิลาเป็นวงศ์ที่มีอิทธิพลที่สุด ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่เวสาลีหลายครั้ง แต่ละครั้งจะทรงประทับที่กูฏาคารศาลาป่ามหาวันเป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เองที่เป็นที่ๆ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม และได้ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และเมื่อหลังพุทธปรินิพพานแล้วได้ ๑๐๐ ปี ได้มีการทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเมืองเวสาลี

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองกุสินาราซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  
ที่พัก Imperial Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองกุสินารา

keyboard_arrow_right
วันที่ 4 :: กุสินารา – ลุมพินี

เช้า

รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๔ กุสินารา ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยานหรือป่าไม้สาละ ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า “สาลวโนทาย” สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ (Matha-Kunwar-Ka-Kot)ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า เมืองนี้เคยเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ เป็นที่เกิดบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง เคยเป็นราชธานีนามว่ากุสาวดีของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ ปัจจุบันกุสินารามีอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือสถูปใหญ่ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายในและมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบมากมายจากนั้นนำท่านนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ที่มกุฎพันธเจดีย์ แล้วนำนั่งสมาธิที่วิหารพระรูปพระพุทธไสยาสน์ มีจารึกกำหนดอายุเก่าแก่กว่า ๑,๔๐๐ปี แสดงตอนเสด็จปรินิพพาน ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ชายแดนประเทศอินเดีย–เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองลุมพินีซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Nirvana Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองลุมพินี, ประเทศเนปาล

keyboard_arrow_right
วันที่ 5 :: ลุมพินี (เนปาล) – สาวัตถี

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมสังเวชนียสถานแหล่งที่๓ สวนลุมพินีวัน เป็นสถานที่พระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร เมื่อวันศุกร์ วันเพ็ญเดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ปี ซึ้งภายในบริเวณมีวิหารมหามายา สระโบกขรณี และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง ๒๒ ฟุต ๔ นิ้วและมีข้อความจารึกเป็นหลักฐานว่า “ณ ที่นี่คือ สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชาในปีที่ ๒๐ แห่งรัชกาลของพระองค์” (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ ) ปัจจุบันลุมพินีวันได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะ คือ “เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช” ที่ระบุว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากนี้ยังมี “วิหารมายาเทวี”ภายในประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก ปัจจุบันทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนประเทศอินเดียทางเหนือเมืองโคราฆปุระ ห่างจากเมืองติเลาราโกต (หรือ นครกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก ๑๑ กิโลเมตร และห่างจากสิทธารถนคร (หรือนครเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก๑๑กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามตำราพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่าลุมพินีวันสถานที่ประสูติตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ ปัจจุบันลุมพินีวันมีเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ทางการเรียกสถานที่นี้ว่า รุมมินเด มีสภาพเป็นชนบท มีผู้อาศัยอยู่ไม่มากมีสิ่งปลูกสร้างเป็นพุทธสถานเพียงเล็กน้อย แต่มีวัดพุทธอยู่ในบริเวณนี้หลายวัด รวมทั้งวัดไทยลุมพินี ลุมพินีวันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกประเภทมรดกทางวัฒนธรรมตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๐ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองสาวัตถี

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองสาวัตถีที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำณห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก Pawan Palace Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองสาวัตถี

keyboard_arrow_right
วันที่ 6 :: สาวัตถี – พาราณสี

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองสาวัตถีที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาลที่มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล ๑ ในแคว้นมหาอำนาจใน ๑๖ มหาชนบทในสมัยพุทธกาล เมืองสาวัตถีนับว่าเป็นเมืองสำคัญในการเป็นฐานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าที่สำคัญเพราะเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง ๒๕ พรรษา เป็นที่ตรัสพระสูตรมากมายและเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันยังมีซากโบราณสถานที่สำคัญปรากฏร่องรอยอยู่ คือที่แสดงยมกปาฏิหาริย์(อ่านว่า ยะ – มะ – กะ – ปา – ติ – หาน, สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ครั้งนี้คือที่โคนต้นมะม่วงหรือคัณฑามพฤกษ์ในเมืองสาวัตถีมูลเหตุที่ทรงแสดงคือเพราะพวกเดียรถีย์นักบวชนอกศาสนาพุทธท้าพระพุทธเจ้าแข่งแสดงปาฏิหาริย์ว่าใครจะเก่งกว่ากันพวกเดียรถีย์ทราบว่าพระพุทธเจ้าจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคนต้นมะม่วงจึงให้สาวกและชาวบ้านที่นับถือพวกตนจัดการโค่นต้นมะม่วงเสียสิ้นไม่เหลือแต่พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคนต้นมะม่วงจนได้โดยมีผู้นำผลมะม่วงสุกมาถวายทรงฉันเสร็จแล้วรับสั่งให้คนปลูกเมล็ดลงดินแล้วพระองค์ทรงใช้น้ำที่ล้างพระหัตถ์รด ปรากฎว่าหน่อมะม่วงโตพรวดพราดแตกกิ่งก้านสูงขึ้นถึง๕๐ศอกผลที่สุดพวกเดียรถีย์พ่ายแพ้ไป), สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตุวันมหาวิหาร), บ้านบิดาขององคุลีมาล(สถูป), บริเวณวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล, บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี(สถูป),วัดเชตุวันมหาวิหาร(ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ถึง ๑๙ พรรษา) รวมถึงต้นอานันทโพธิ์ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่ชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาที่วัดเชตุวันมหาวิหารเป็นต้น

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองพาราณสีสถานที่แสดงปฐมเทศนา

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำณห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก The Amayaa Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองพาราณสี

keyboard_arrow_right
วันที่ 7 :: พาราณสี – พุทธคยา

05.00 น.

อรุณสวัสดิ์ยามเช้ากับเช้าวันใหม่ที่สดใส นำท่านสัมผัสกับความหลากหลายของผู้คนและที่แม่น้ำคงคาที่ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากเป็นจุดที่ตุ้มหูของพระศิวะตกอยู่ใต้แม่น้ำแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเองเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ได้นำพระอัฐิของพระพุทธเจ้ามาลอยอังคารที่แม่น้ำแห่งนี้ด้วย ท่านจะได้นั่งเรือเพื่อไปถวายกระทงเป็นพุทธบูชาณที่นี่เองท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวฮินดูซึ่งจะมาอาบน้ำ ดื่มน้ำรวมทั้งท่าน้ำที่นี่จะมีพิธีเผาศพในช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจากนั้นนำท่านเดินทางกลับโรงแรม

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๒ สารนาถสถานที่แสดงปฐมเทศนา นมัสการสถูปเจาคันธี สถานที่พระพุทธเจ้าพบปัจจัคคีอีกครั้งหลังจากตรัสรู้แล้ว นำนมัสการธรรมเมขสถูปที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาหัวข้อธรรมจักกัปปวัตตนสูตรทำให้พระโกณฑัญญะบรรลุโสดาบันพระพุทธศาสนาจึงมีพระรัตนตรัยครบ ๓ ประการ แล้วนำชมวิหารมูลคันธกุฏิหลังใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาเลียนแบบคุปตะและจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติฝีมือช่างชาวญี่ปุ่นแล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองสารนาถชมหัวเสาพระเจ้าอโศก ทำเป็นรูปสิงห์บางท่านอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของศากยสิงห์พระราชวงศ์ของพระพุทธเจ้า เสามีฐานบัวคว่ำ มีบัลลังก์สี่เหลี่ยมรอบสลักเป็นรูปธรรมจักรและรูปช้าง ม้า สิงห์และโค แล้วนำชมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณเมืองสารนาถและเมืองใกล้เคียง อาทิเช่น พระพุทธรูปศิลปะแบบคันธาระ แบบมถุรา แบบคุปตะ และ แบบปาละ ฯลฯแล้วนำชมโบราณวัตถุชิ้นเอกของพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูปแบบคุปตะปางปฐมเทศนา ที่ค้นพบบริเวณใกล้ๆกับ มูลคันธกุฎี สถานที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้า “อนึ่งศิลปะคุปตะได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดในศิลปะอินเดียทั้งมวลและเมืองสารนาถยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนสกุลช่างคุปตะ ที่อายุเก่าแก่ถึง ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย

นำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองพุทธคยา
ที่พัก Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา

keyboard_arrow_right
วันที่ 8 :: พุทธคยา– กรุงเทพฯ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินพุทธคยา

12.30 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ B3-706(มีบริการอาหารบนเครื่อง)

17.00 น.

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยความสวัสดิภาพ 

อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง
อัตรานี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด
ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย-วีซ่าเนปาล
ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามที่ระบุในรายการ
ค่ารถรับส่งและระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
ค่ามัคคุเทศก์ภาษาไทยและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง
ค่าประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางวงเงินประกันอุบัติเหตุสูงสุด ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาทและ
วงเงินประกันสุขภาพสูงสุด ท่านละไม่เกิน 200,000
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
 
อัตรานี้ไม่รวม
กระเป๋าเดินทางในกรณีที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด 20 กิโลกรัมต่อท่าน ส่วนเกินลูกค้าจ่ายเอง
ค่าทำหนังสือเดินทาง
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการเช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด
ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
ไม่รวมทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถวันละ 5 USD
ทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความสมัครใจ
เงื่อนไข
1.  กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและกรุณาเตรียมเงินมัดจำ 10,000 บาทพร้อมกับเตรียมเอกสารส่งให้เรียบร้อยภายใน 2-3 วันหลังจากทำการจองแล้ว(ใช้เวลาขอวีซ่าไม่ต่ำกว่า 7 วันทำการ)
2.  การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 14วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

กรณียกเลิกการเดินทาง

1. แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 30 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2. แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 10,000 บาท
3. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
4. สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทยและทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
5.  ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่นExtra Flightและ Charter Flightจะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
6. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (15ท่านขึ้นไป)เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
7. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
9. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานฑูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า,ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
10. กรณีวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
11. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
12.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
 
หมายเหตุ
1.  บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 14 วันในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 15 ท่านและ/หรือผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 15 ท่านในกรณีนี้บริษัทฯยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด (ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าซึ่งได้ชำระไว้กับทางสถานทูตแล้ว) หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ
2.  บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีที่สูญหายสูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการเช่นการนัดหยุดงาน,ภัยธรรมชาติ,การจลาจลต่างๆเป็นต้น

***รายละเอียดเพิ่มเติมโทรสอบถามหรือดาวโหลดไฟล์ด้านล่าง***
   Add Line สอบถาม :   
  https://goo.gl/K5j8KP  

สอบถามโทร 022498217

จองทริปนี้

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับไปหาท่าน

ติดต่อเรา
MERRYLAND TRAVEL SERVICE CO., LTD.
1270-1272 ถ.พระราม4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-2498217
แฟกซ์ 02-2401285-6, 02-2402287
อีเมลล์ merrylandtravel.th@gmail.com
ใบอนุญาตเลขที่ 11/00183

 


certified member of
Copyright 2015 © Marrytravel. All rights reserved by siam-webdesign