ทัวร์จีน (3U)  เส้นทางสายไหมใต้
ชมวิวสวย 2 ข้างทาง ของภูเขาที่หิมะปกคลุมตลอดทั้งปี
บนที่ราบสูง “คาราโครัมไฮฟ์เวย์” (จีน-ปากีสถาน)

เต็มอิ่ม 10 วัน 9 คืน
สถานที่ท่องเที่ยว
ชมวิวทิวทัศน์อูรูมูฉีบริเวณสวนหงซาน 
ทะเลสาบบ้อสถึงหู (BOSTEN LAKE) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
ถ้ำพันพระเค่อจือเอ่อร์ เชียนฝอต้ง (THE KIZIL GROTTO)
แคนยอนหุบผาแดง (KUCHE GRAND CANYON) 
หอคอยคู่ (KIZILGAHA WATCH TOWER) 
ผ่านชม ป่าไม้หูหยางหลิน “หูหยาง เกิดพันปีไม่ตาย, ตายพันปีไม่ล้ม, ล้มพันปีไม่เน่า”
ข้ามทะเลทรายมรณะ “ทาเค่อลามากัน” ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของจีน และใหญ่เป็นอัน 2 ของโลก 
ทะเลสาบลอยฟ้า “ข่าลาคู่หลีหู” บนความสูง 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ชมนครเมืองหิน “สือโถวเฉิง” STONE CITY
นำท่านชมจัตุรัสสุเหร่าใหญ่ ชมสุเหร่าใหญ่คาชการ์
กำหนดวันเดินทาง
วันเดินทาง ราคา พักเดี่ยว เพิ่ม วีซ่า
21-30 พ.ค. 2561 75,500.- 8,800.- รวมแล้ว
       

โปรแกรมเดินทาง
keyboard_arrow_right
วันที่ 1 :: กรุงเทพฯ-เฉิงตู

15.30 น.

พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 (เกาะ W) เคาเตอร์สายการเสฉวนแอร์ไลน์ (จอดส่งผู้เดินทางได้ที่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูหมายเลข 9-10)

18.40 น.

นำท่านเหินฟ้าสู่นครเฉิงตูด้วยเที่ยวบิน 3U 8146

22.25 น.

ถึงนครเฉิงตู เมืองเอกมณฑลเสฉวน มณฑลที่มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขา และมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่น ฤดูหนาวที่ไม่หนาวนักและมีปริมาณความชื้นสูง มีพื้นที่ประมาณ 567,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากร ประมาณ 10.5 ล้านคนประชากรส่วนหนึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่ ชาวยี่ ทิเบต เมี้ยว หุย เชียง นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
**เข้าที่พัก โดยใช้รถรับส่งและโรงแรมที่สายการบินจัดให้ Chengdu Xiangyu Hotel

keyboard_arrow_right
วันที่ 2 :: เฉิงตู-อูลูมูฉี-สวนหงซาน-ตลาดบาร์ซาร์

เช้า

เดินทางไปสนามบินเฉิงตู

08.15 น.

ออกเดินทางสู่ อูรูมูฉี ด้วยเที่ยวบิน SC 8525

11.55 น.

ถึงอูรูมูฉี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ตั้งอยู่แถบเทือกเขาเทียนซานที่ความสูง 900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีประชากร 2.8 ล้านคน เป็นเขตปกครองตนเองที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด ประชากรทั้งมณฑลมีประมาณ 23.98 ล้านคน ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซินเจียงที่มีพลเมืองกว่า 70 % นับถือศาสนาอิสลาม มีภาษาหนังสือท้องถิ่นเป็นของตนเอง ในอูรูมูฉีจึงมีป้ายบอกชื่อสถานที่ต่างๆ 2 ภาษา คือภาษาท้องถิ่น (ภาษาเว่ยอู๋เอ่อร์) และภาษาจีนกลาง


ในเขตทะเลทราย และที่ซินเกียง ในเดือน พ.ค. พระอาทิตย์จะตกดินประมาณ 2 ทุ่ม เดือน ก.ค.-ส.ค. พระอาทิตย์จะตกดินประมาณ 3 ทุ่ม เวลาเที่ยวจึงมีเต็มที่ในแต่ละวัน อาหารเที่ยงปกติรับประทานประมาณ บ่าย 2 โมง อาหารค่ำโดยปกติจะรับประทานประมาณ 2-3 ทุ่ม

เขตปกครองตนเองชนชาติซินเกียงอุยกูร์ เป็นมณฑลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจีน มีพื้นที่ 1.6604 ล้านตารางกิโลเมตร (1 ใน 6 ของจีน) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน พื้นที่ต่ำสุดต่ำจากระดับน้ำทะเล 155 เมตร พื้นที่สูงสุดสูง 8,611 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งอยู่ในบริเวณเทือกเขาชายแดนติดต่อกับแคชเมียร์ ซินเกียงเป็นแหล่งปลูกองุ่นและแตงฮามีพันธุ์ดี เป็นแหล่งผลิตฝ้าย ไหม ขนแกะ วอลนัท เป็นขุมแร่ธาตุ เป็นแหล่งถ่านหินและน้ำมันดิบขนาดใหญ่ มีประชากร 19.6 ล้านคน พลเมืองส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอูรูมูฉีเป็นเมืองหลวง มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใหญ่น้อยรวม 570 สาย

นำชมวิวทิวทัศน์อูรูมูฉีบริเวณสวนหงซาน ชมสวนที่ตกแต่งด้วยเก๋งจีนและสถูปองค์เล็กๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ท่านสามารถมองเห็นตัวเมืองอูรูมูฉีโดยรอบ ตัวอาคารบ้านเรือนสมัยใหม่ และตึกรามบ้านช่องแบบรัสเซีย ที่สร้างขึ้นในยุคที่โซเวียดเข้ามามีอิทธิพล  

เข้าชมตลาดนัดขายสินค้าพื้นเมือง (บาซ่าร์) เพื่อชมชีวิตของชาวบ้านและเลือกซื้อของที่ระลึก เช่น ผ้าพันคอสีสวย เครื่องเงินแบบอาหรับ ผลไม้อบแห้ง เช่น องุ่น แอปริคอด กีวี อินทผาลัม เลือกซื้อเมล็ดอัลมอนอบแห้ง เมล็ดวอลนัตอบแห้ง และถั่วอบแห้งชนิดต่างๆ ได้เวลาสมควรเดินทางไปสนามบิน
พักที่ HAIDE (HOI TAK) HOTEL หรือเทียบเท่า www.hoitakhotel.com
No. 1 Dong Feng Road, Urumqi, Xinjiang 830002 TEL: 0991-2322828 FAX: 0991-2321818
 

keyboard_arrow_right
วันที่ 3 :: อูรูมูฉี-ทอเค่อซิ่น-คู่เอ่อร์เล่อร์-บ้อสถึงหู-ด่านประตูเหล็ก 475 กม.

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่ภัตตาคาร  เริ่มต้นเดินทางสู่เมืองคู่เอ่อร์เล่อร์ เมืองสำคัญในเส้นทางสายไหม
เดินทางสู่เมืองทอเค่อซิ่น (ท้อคซิ่น) ผ่านช่องเขาเทียนซานสู่ซินเกียงใต้ เทียนซานเป็นขุนเขาใหญ่ที่ทอด ตัวจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก จึงเป็นเส้นแบ่งซินเกียงเหนือและซินเกียงใต้หมายความว่าพื้นที่ตอนบนเทือกเขาเทียนซานถือเป็นซินเกียงเหนือ และพื้นที่ตอนล่างเทียนซานถือเป็นเขตซินเกียงใต้

14.00 น.

เดินทางถึงเมืองคู่เอ่อร์เล่อร์ เมืองเอกของจังหวัดปาหยันกั๋วเลิ่ง (ปาโจว) จังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่อันดับหนึ่งของจีน (หวาเซี๊ยะตี้อี้โจว) ชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ในเขตนี้เป็นเผ่ามองโกล อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

15.30 น.

นำท่านชมทะเลสาบบ้อสถึงหู (BOSTEN LAKE) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนมีพื้นที่1,228 ตร.กม. แม่น้ำไคตูไหลลงสู่ทะเลสาบบ้อสถึงหู และที่นี่ยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำนกยูงสนุกสนานกับการล่องเรือชมส่วนทะเลสาบเล็กที่อุดมไปด้วยป่าต้นอ้อ (รวมค่าเรือเร็ว)

17.30 น.

นำท่านชมด่านประตูเหล็ก (IRON GATE PASS) ด่านเก็บค่าธรรมเนียมในเส้นทางสายไหมในสมัยก่อนทุกคาราวานที่ข้ามเข้าเขตจีนและต้องการผ่านเทือกเขาเทียนซานเข้าสู่ตอนกลางของจีนจะต้องผ่านด่านประตูเหล็ก เพราะช่องเขาเทียนซานที่ผ่านเมืองคู่เอ่อร์เล่อร์จะมีความสูงชันน้อยที่สุด เดินทางง่ายที่สุดจีนได้ส่งกองทหารและเจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงมาประจำที่นี่ เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมสินค้าและรักษาความมั่นคงของประเทศ โดยเริ่มส่งทหารมาประจำการตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้นและมีการตั้งที่ทำการทหารอย่างเป็นทางการในสมัยราชวงศ์ถัง

20.00 น.

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ LICHENG HUAYUAN HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 4 :: คู่เอ่อร์เล่อร์-เค่อจือเอ่อร์ ถ้ำพันพระ-แคนยอนผาแดง-หอคอยคู่-คู่เชอ

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่ภัตตาคาร

08.00 น.

เดินทางสู่คู่เชอ เมืองเอกของจังหวัดอาเค่อซู ในสมัยโบราณคู่เชอเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร QUICI ดินแดนแห่งดนตรีและเสียงเพลง พระสวนจวง (ถังซำจั๋ง) เคยเดินทางผ่านเมืองนี้ในเส้นทางแสวงบุญสู่อินเดีย คู่เชอในอดีตยังเป็นเมืองโอเอซิสใหญ่ที่สำคัญในเส้นทางสายไหม ตัวเมืองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตเมืองเก่า เขตเมืองใหม่ และ เขตเมืองตะวันออก ทางเข้าเมืองบางสายสองข้างทางจะปลูกต้นหม่อน ลูกหม่อน(MALBURRY) เมื่อสุกจัดจะมีสีม่วง  รสชาติ  หอมหวาน ในเดือนมิ.ย.-ก.ค. จะเป็นช่วงที่ผลแอปริคอดกำลังออกผลสุกหวาน **ก่อนถึงเมืองคู่  เชอ จะผ่านเมืองหลุนไถ ซึ่งเมืองนี้จะเป็นจุดเริ่มของถนนตัดข้ามทะเลทรายทาคาลู่มากันสายเก่า ซึ่งยาวประมาณ 556 กม.

นำท่านชมถ้ำพันพระเค่อจือเอ่อร์ เชียนฝอต้ง (THE KIZIL GROTTO) ถ้ำพันพระแห่งแรกในแผ่นดินจีนที่เก่าแก่ที่สุด ถือเป็นจุดแรกที่เป็นพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามาในประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์เว่ย ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช มีอายุเก่าแก่กว่า 1,600 ปี ประกอบด้วย 236 ถ้ำ เขียนภาพสีประดับผนังและเพดานถ้ำเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับศาสนาพุทธนิกายหินยาน มีเพียงถ้ำเดียวที่ภาพเขียนเกี่ยวพันถึงนิกายมหายาน ดังที่กล่าวว่าเป็น จุดแรกเข้าของพุทธในจีน นิกายหินยาน แบบอินเดียจึงเรียงร้อยอย่างเต็มรูปแบบ ในภาพเขียนเกือบทุกถ้ำ ซึ่งต่างจากถ้ำพันพระในที่อื่นๆ เช่น ที่ตุนหวง ลั่วหยาง จะมี เรื่องราวเกี่ยวพันกับพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นมหายานที่แสดง ถึงการผสมผสานของความเชื่อแบบจีน และพุทธดั่งเดิม เปิดให้ท่านชม 6-7 ถ้ำ (บางถ้ำที่มีความสำคัญและสมบูรณ์มากๆ ถ้าท่านสนใจชมพิเศษต้องเสียค่าเปิดถ้ำเพิ่มเติมเองในอัตรา 100-500 หยวน/คน/ถ้ำ)

14.00 น.

รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร
นำท่านสู่แคนยอนหุบผาแดง (KUCHE GRAND CANYON) แคนยอนหินชั้นทรายสีแดงเวลาแสงอาทิตย์สาดส่อง สีของหินจะแดงเข้มตัดกับสีของฟ้าดูตื่นตา นำท่านเดินเท้าเข้าสู่หุบเขา ชมโตรกผาหินที่มียอดเป็นแท่งแหลมเสียดฟ้า ชมหินรูปร่างต่างๆกันละลานตา มียอดเขารูปทรงคล้ายนกกระจอกเทศ ชมหินรูปหมาจู รูปสาวเต้นรำอยู่ในห้องโถงมีหน้าผาชะง่อนง้ำ มีช่องเขาโค้งคดเหมือนอุโมงค์ สองข้างทางก่อนเข้าแคนยอนท่านจะได้เห็นภูเขาหลากสี ดำ แดง เหลือง เขียวขี้ม้า ขาว ฯลฯ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแร่ธาตุต่างๆที่ผสมอยู่เมื่อต้องแสงจะสะท้อนออกมาเป็นสีที่ต่างกัน

ผ่านชมหอคอยคู่ (KIZILGAHA WATCH TOWER) มีความสูง 16 เมตร (ปัจจุบันสูง 13 เมตร) เป็นหอสังเกตการณ์ระวังภัยสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น (1,700 ปี) สร้างขึ้นทุกๆระยะ 1-2 กม. เพื่อส่งสัญญาณควัน แจ้งข่าวการรุกรานของศัตรู ปัจจุบันเกือบทั้งหมดมีการพังทลายไปตามกาลเวลา คงเหลือเพียงหอคอยคู่แห่งนี้เพียงหอเดียวที่ยังยืนอยู่เป็นพันปีและได้รับการอนุรักษ์ไว้ ปัจจุบันหอคอยคู่ (เค่อจื่อเอ่อร์ก๋าฮะ) เป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอาเค่อซู

21.00 น.

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ KUCHE HOTEL (ตึก 1) หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 5 :: คู่เชอ-ผ่านชมหูหยาง-ข้ามทะเลทรายทาเค่อลามากัน-ขี่อูฐ-เหอเถียน

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.00 น.

วันนี้ดีเดย์ นำท่านข้ามทะเลทรายมรณะ “ทาเค่อลามากัน” ทะเลทรายใหญ่อันดับหนึ่งของจีนและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
 ผ่านชม ป่าไม้หูหยางหลิน มีพัฒนาการที่น่าสนใจ ในสิบปีแรกของการเจริญเติบโตใบมีลักษณะยาวเหมือนใบหลิว สิบปีให้หลัง ใบจะเปลี่ยนรูปเป็นใบกลมเหมือนใบต้นหม่อน และหลังร้อยปีขนาดของใบจะใหญ่ขึ้นมาก ต้นหูหยางมีดอกคล้ายดอกฝ้าย เมื่อเกสรผสมพันธุ์ มีเมล็ดและปลิวตกลงไปยังพื้นดิน การเกิดใหม่ของหูหยางนั้นต้องการสภาวะน้ำท่วมใหญ่ จึงจะแตกยอดเจริญพันธุ์ หูหยางมีอายุยืนกว่าร้อยปี เจริญเติมโตได้ในที่แห้งแล้ง ยืนต้นอยู่ในทะเลทรายด้วยความกล้าหาญ ไม่กลัวแล้ง ไม่กลัวดินเค็ม ตรงกลางต้นมีโพรงเก็บน้ำ สามารถตัดต้นตายครึ่งหนึ่งเพื่อความอยู่รอด เมื่อมีภาวะสมดุลย์กลับคืน ครึ่งต้นที่ตายไปแล้วก็สามารถแตกกิ่งใหม่ได้ จนมีคำกล่าวว่า หูหยางคือต้นไม้อัศวิน และเปรียบเปรยว่า “หูหยาง เกิดพันปีไม่ตาย, ตายพันปีไม่ล้ม, ล้มพันปีไม่เน่า”

13.00 น.

รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร (แบบปิกนิก ถ้ามีเวลา)
นำท่านผ่านสู่ไฮเวย์ใหม่ จากเหนือไปใต้ระยะทาง 425 กม. ตัดตรงข้ามทะเลทรายมรณะ “ทาเค่อลามากัน” ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของจีน และใหญ่เป็นอัน 2 ของโลก มีพื้นที่ 3,376,000 ตารางกิโลเมตร / มีความยาว 1,000 กม. จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก / มีความกว้าง 400 กม. จากเหนือจรดใต้ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาเทียนซานและเทือกเขาคุนหลุน คำว่า “ทาคลิมากัน” แปลว่า “เข้าไปแล้วออกไม่ได้” ในสมัยโบราณไม่มีกองคาราวานไหนที่เข้าไปแล้วจะรอดกลับออกมา ในหนึ่งวันถ้าคาราวานเดินทางได้ 10 กม. ตัดข้ามทะเลทรายแบบตรงๆไม่อ้อมยังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ไม่มีน้ำไม่อาหารเพียงพอ วังวนอยู่ในทะเลทรายหมดหนทางที่จะออกมาได้ กองคาราวานในเส้นทางสายไหมจึงเลี่ยงลัดเลาะอ้อมไปยังเมืองตามขอบทะเลทรายที่มีโอเอซิสเพื่อพักแรมตุนอาหาร ในอดีตมีเมืองในเส้นทางสายไหมหลายเมือง ที่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองร้างกลางทะเลทราย เนื่องจากทะเลทรายทาคลิมากันมีการขยายตัว แม่น้ำมีการตื้นเขินไหลเปลี่ยนทิศทาง ทำให้มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน จึงเกิดเมืองร้างกลางทะเลทรายหลายแห่ง เช่น เมืองร้างโหลหลาน เมืองร้างนียา เป็นต้น *** จอดรถให้ท่านขี่อูฐ สัมผัสทะเลทราย 1 รอบ(ประมาณ 30-40 นาที)ถ่ายรูประหว่างทาง

20.00 น.

ออกจากทะเลทราย เดินทางเข้าสู่เมืองเหอเถียน (HOTAN) รับประทานอาหารค่ำ
พักที่ HUAYU HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 6 :: เหอเถียน-ตลาดพื้นเมือง-พิพิธภัณฑ์พรม-ซาเชอ-สุสานกษัตริย์เย่เอ๋อเชียง

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำชมเมืองเหอเถียน (HOTAN) เหอเถียนในสมัยโบราณมีชื่อเรียกว่าหยูเถียน เป็นชุมทางคมนาคมที่สำคัญของเส้นทางสายไหมใต้ ตอนเหนือของเมืองคือทะเลทรายทาคลิมากัน ทิศใต้ติดกับเทือกเขาคุนหลุน มีพรม มีผ้าไหม มีผลไม้มีชื่อ นอกจากนี้เหอเถียนยังเป็นเมืองทีมีหยกขาว ที่หาได้จากแม่น้ำมังกรหยก เป็นสินค้าที่ส่งไปขายทั่วจีนและเลยไปถึงเอเชียไมเนอร์ ในสมัยโบราณเหอเถียนมีชื่อเรียกว่านครโคทัน (ยู่เถียน) เป็นอาณาจักรปกครองตนเอง และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการเข้ามาของพุทธศาสนาจากอินเดีย ซึ่งขณะนั้นตรงกับสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช เหอเถียนยังเป็นหัวใจห้องสุดท้ายของจีน ที่จะปกป้องไม่ให้ต่างชาติรู้ความลับของการเลี้ยงไหม และการทำเส้นไหมเพื่อคงความเป็นหนึ่งในการควบคุมการค้าผ้าไหมทั่วโลก ผ่านชมจัตุรัสต้วนเจี๋ยกว๋างฉ่าง ใจกลางเมืองเหอเถียน ผ่านชมมัสยิดใหญ่ “ชิงเจินฉือ”

นำชมตลาดของชาวเหอเทียน แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่อาศัยบนพื้นแผ่นดินที่แห้งแล้งมาหลายชั่วชีวิต เหอเถียนมีการค้าหยก หยกขาวเหอเถียนถูกค้นพบบริเวณตอนใต้ของทะเลทรายทาคลิมากันมากว่า 3,500 ปี ปัจจุบันการหาหยกตามริมแม่น้ำสองสายในเหอเถียนก็ยังมีอยู่ เพราะมูลค่าของหยกสูงขึ้นเรื่อยๆตามความต้องการของตลาด ชาวบ้านที่ยากจนก็คาดหวังว่าการค้นพบหยกและการขายหยกขาว จะนำมาซึ่งรายได้ที่จะทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ในเหอเถียนร้านขายหยกขาวมีอยู่ทั่วไป มีโชว์รูมขนาดใหญ่ ร้านใหญ่ ร้านเล็ก แผงลอย หรือเดินเร่ขายกันตามถนน

ชมพิพิธภัณฑ์ทำพรมทอมือ ทอพรมเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของเหอเถียนที่มีชื่อมาช้านาน ตั้งแต่ยุคเส้นทางสายไหม พรมบางผืนทอมือชิ้นเดียวใหญ่ขนาด 20 X 50 เมตร มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเหอเถียนเป็นแหล่งผลิตพรมทอมือที่เก่าแก่ที่สุดของจีน นับย้อนไปถึง 2,000 ปี ในยุคของนครนียาแล้วเดินทางสู่ซาเชอ Shache (Yarkant / Yarkand) เป็นเมืองทางทิศใต้ ในเขตซินเจียงอุยกูร์ เขตปกครองตนเองของจีน ที่ตั้งอยู่บนขอบด้านใต้ของทะเลทราย Taklamakan ใน Tarim Basin เป็นหนึ่งใน 11 มณฑลบริหารงานภายใต้จังหวัดคัชการ์ ซาเชอ (Yarkant) เป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรโบราณที่นับถือศาสนาพุทธ ในภาคใต้ของเส้นทางสายไหม เมืองซาเชอเป็นโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำ Yarkand ไหลผ่าน ซาเชอ (Yarkant) วันนี้ มีชนชาติอุยกูร์ตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นส่วนใหญ่ ทำการเกษตรในเขตชลประทานโอเอซิส ผลิตผ้าฝ้าย, ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ผลไม้ (ทับทิม-ลูกแพร์-แอปริคอต) และวอลนัท จามรีและแกะกินหญ้าในที่ราบสูง มีสินแร่ อันได้แก่ ปิโตรเลียม, ก๊าซธรรมชาติ, ทอง, ทองแดง, ตะกั่ว, อะลูมิเนียม, หินแกรนิต และถ่านหิน

14.00 น.

ถึงซาเชอ รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
นำชมสุสานกษัตริย์ซาเชอ “เย่เอ๋อเซียง” และราชวงศ์ แล้วชมสุสานของพระสนมอามานี่ซาฮาน พระสนมอามานี่ซาฮานเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1560 เมื่อมีอายุได้ 34 ปี พระนางเป็นพระสนมของกษัตริย์อับดุลลาชิคอีฮาน สร้างเป็นพิเศษเพื่อเป็นเกียรติให้พระนางในฐานะที่ทรงเป็นนักประพันธ์ พระสนมอามานี่ซาฮานได้แต่งหนังสือหลายเล่มที่มีคุณค่าทางคีตกวีมูคาม ทรงเป็นแม่งานในการผดุงรักษาวัฒนธรรมด้านดนตรีการแสดงพื้นบ้านในสมัยนั้นห่างจากคาชการาว 170 กม. ส่วนล่างของฟอร์ม แล้วเดินทางต่อสู่เมืองคาสือ (170 กม.) เมืองโอเอซีสในเขตปกครองตนเองซินเกียง มีความสูงจากระดับ น้ำทะเล 1,290 เมตร เป็นศูนย์กลางการเมืองการค้าขายบนเส้นทางสายไหม โดยเป็นเมืองที่เป็นจุดเชื่อมของเส้นทางสายไหมสายเหนือ-กลาง-สายใต้จากจีน เป็นเมืองที่เชื่อมต่อไปยังปากีสถานบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งเชื่อมคัชการ์กับกรุงอิสลามาบัดในปากีสถาน

17.00 น.

เดินทางถึงเมืองคาสือ "ไปไม่ถึงคาสือ ก็เท่ากับไปไม่ถึงซินเกียง
นำชมสุสานสนมเซียงเฟย สุสานของพระสนมที่ได้รับการคัดเลือก และส่งเข้าถวายตัวกับเฉียนหลงฮ่องเต้ เล่ากันว่า เฉียนหลงฮ่องเต้ลุ่มหลงโปรดปรานพระนางมาก เนื่องจากมีกลิ่นกายหอมกรุ่นเหมือนกลิ่นดอกไม้ และเล่ากันอีกว่าเมื่อพระสนมเสียชีวิตลง เฉียนหลงฮ่องเต้ได้จัดขบวนทหาร 66,660 คน ส่งศพนางกลับบ้านเกิดที่คาชการ์ เนื่องจากถนนหนทางจากเมืองหลวง มาถึงชายแดนคาชการ์ห่างไกลทุรกันดาร เมื่อถึงคาชการ์คงเหลือนายทหารร่วมขบวนเพียง 6 คนเท่านั้น ตัวสุสานภายนอกก่อสร้างเป็นยอดโดม ประดับภายนอกด้วยกระเบื้องหินหลากสี ภายในเก็บรักษาดูแลศพในตระกูลของพระสนมถึง 5 รุ่น

20.00 น.

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ JINJIANG HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 7 :: คาสือ-ทะเลสาบคาสือคู่หลี่-คาเสี้ยน(คาสือคู่เอ่อร์กัน)

06.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เดินทางสู่เมืองคาสือคู่เอ่อร์กัน โดยใช้เส้นทางไฮเวย์ G314 เป็นถนนที่มียาวรวม 1,880 กม. ไฮเวย์ G 314 เริ่มตั้งแต่ อูรูมูฉี-คู่เอ่อร์เล่อร์-หลุนไถ-คู่เชอ-อาเค่อซู่-คาสือ-คาสือคู่เอ่อร์กัน-จรดชายแดนจีน-ปากีสถานที่ช่องเขาคุนจิรับพาส มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “ถนนมิตรภาพจีน-ปากีสถาน” (SINO-PAKISTAN HIGHWAY) โดยส่วนที่เริ่มจากคาสือวิ่งไปบรรจบกับคาราโครัมของปากีสถานจนถึงกรุงอิสลามาบัด ก็เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “คาราโครัมไฮเวย์” สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ร่วม 20 ปี โดยความร่วมมือของรัฐบาลจีนและปากีฯ กล่าวกันว่าถนนสายนี้ สร้างได้ 3 กม. มีคนเจ็บ 1 คน สร้างได้ 5 กม. มีคนตาย 1 คน แสดงถึงความยากลำบากในการสร้างถนน อย่างไรก็ดีถนนสายนี้คุ้มค่ากับการเดินทาง เพราะถือเป็นถนนลอยฟ้าที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และเป็นถนนที่สร้างขึ้นอิงตำนานเส้นทางค้าขายโบราณ “เส้นทางสายแพรไหม”

12.00 น.

นำชมทะเลสาบลอยฟ้า “ข่าลาคู่หลีหู” บนความสูง 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลน้ำทะเลสาบสีฟ้าเขียวใสตัดกับภูเขาหิมะยอดขาวโพลนที่เป็นฉากอยู่ด้านหลัง 

14.00 น.

อาหารเที่ยง (อาหารกล่อง) แล้วเดินทางต่อ

17.00 น.

เดินทางถึงเมืองคาสือคู่เอ่อร์กั้น เมืองเล็กๆล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นเมืองชายแดนจีน-ปากีสถาน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงพลาเมียร์ บนความสูงกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าทาจิก คาสือคู่เอ่อร์กั้นมีความหมายว่าเมืองหิน นำท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรม

18.00 น.

พร้อมกันที่ลอบบี้ นำท่านไปชมนครเมืองหิน “สือโถวเฉิง” STONE CITY เมืองหินตั้งอยู่บนเนินเขาตอนเหนือของตัวเมือง มีกำแพงล้อมรอบตัวนคร เป็นรูปสี่เหลี่ยม ในสมัยราชวงศ์ฮั่น นครเมืองหินเคยเป็นเมืองนครของอาณาจักรผู่ลี่ หนึ่งอาณาจักรทางทิศตะวันตกในยุคที่ซินเกียงยังเป็น 36 ประเทศ ต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน มีการบูรณะเมืองรอบนอกบริเวณกำแพงเมืองหิน ปัจจุบันคือเขตเมืองเก่าของถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น หลังจากนั้นมีการสร้างที่ทำการของรัฐบาลส่วนกลาง  สร้างแค้มป์ทหารและสร้างเขตเมืองใหม่ ในสมัยราชวงศ์ชิง นครเมืองหินล่มสลายและถูกทำลาย จนมีสภาพดังที่เห็นขณะนี้ แต่ผู้คนที่เมืองคัชการ์ เมืองเย่เฉิง เมืองซาเชอ ผู้คนในแถบที่ราบสูงพลาเมียร์ และชาวปากีฯแถบชายแดนช่องเขาคุนเจอรับพาส ยังคงจำได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีตของนครเมืองหิน STONE CITY  พ่อค้านักเดินทางผู้ค้นหาแผ่นดินใหม่ระดับโลก เช่น มาร์โคโปโล และพระถังซำจั๋ง (เสียนจง) ก็เคยย่ำเท้าผ่านนครเมืองหินมาแล้ว JJ นักเดินทางเล็กๆ แต่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่อย่างสมาชิกในคณะของเราก็...งานเข้า... ได้เดินทางมาถึง STONE CITY เหมือนกัน JJ
ในสมัยโบราณกองคาราวานในเส้นทางสายไหม เมื่อมาถึงค้าชการ์แล้วจะแบ่ง เป็น 2 สาย
สายที่ 1  เดินทางออกจากเขตจีน ผ่านด่านที่เมืองคาชการ์ เพื่อเดินทางสู่เปอร์เซียและเมดิเตอร์เรเนียน
สายที่ 2  ใช้เส้นทางคัชการ์-ถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น ออกพรมแดน เข้าสู่ปากีสถาน อัฟกานีสถาน อินเดีย หรือเดินทางต่อเข้าเปอร์เซียและเมดิเตอร์เรเนียน

21.00 น.

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ BINCHUAN HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 8 :: คาสือคู่เอ่อร์กัน-คาสือ-เขตเมืองเก่า-ตลาดบาซ่าร์

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางกลับเมืองคาสือ 

13.00 น.

ถึงคาสือ รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
นำชมเขตเมืองเก่าคาสือ บ้านสร้างด้วยดินเพื่อรักษาอุณหภูมิ เย็นสบายในฤดูร้อน และจะไม่เย็นจัดในฤดูหนาว บางหลังจะสร้างชั้นใต้ดินอยู่ในบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เที่ยวเมืองเก่าชมบ้านเรือนตามตรอกซอกซอย ได้บรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน บ้านหลายหลังเพิ่งเปิดประตูบ้านออกมากวาดลานหน้าบ้านบางบ้านกำลังติดเตาไฟ บางหลังนำพรมออกมาสะบัดปัดฝุ่น จัดข้าวจัดของตั้งร้านค้าหน้าบ้าน
นำชมต้าปาจาร์ ตลาดบาซาร์ ใจกลางเมือง ตลาดบาซาร์มีขนาดใหญ่มาก อิสระให้ท่านเดินดูและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง

20.00 น.

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ JINJIANG HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 9 :: คาสือ-สุเหร่าใหญ่-อูรูมูฉี-บาร์ซาร์-เฉิงตู

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชมจัตุรัสสุเหร่าใหญ่ ชมสุเหร่าใหญ่คาชการ์

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

15.25 น.

ออกเดินทางสู่เฉิงตู โดยเที่ยวบิน 3U8526 (บริการอาหารเย็นบนเครื่อง)

21.20 น.

เดินทางถึงสนามบินเฉิงตู
พักที่ MERCURE CHENGDU NORTH HOTEL หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 10 :: เฉิงตู-ถนนจิ๋นหลี่-กรุงเทพฯ

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  เดินเที่ยวที่ถนนคนเดินจิ่นหลี่

11.30 น.

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร *อาหารสมุนไพรเสฉวน

16.05 น.

(เวลาประมาณ) เหิรฟ้ากลับสู่สุวรรณภูมิโดยเที่ยวบิน 3U 8145

17.25 น.

(เวลาประมาณ) เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพฯ

อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง
อัตราค่าบริการรวม  ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ชั้นประหยัด / ค่าที่พัก 2 ท่าน ต่อ หนึ่งห้องคู่ / ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท, จีน 90 หยวน /ค่าวีซ่าประเทศจีน 1,500 บาท / ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง / ค่าประกันภัยทางอากาศ / ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ / ค่ารถรับส่งตามสถานที่ท่องเที่ยวระบุตามรายการ / ค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการ / ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง 1ชิ้น ที่มีน้ำหนักไม่เกินท่านละ 23 กก. (ภายในประเทศ 23 กก.) / ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
ค่าบริการไม่รวม  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม นอกจากรายการ / ค่าทิปคนขับรถ 200 หยวน, ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 200 หยวน และค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย 150/200 หยวน / ค่าทำหนังสือเดินทาง / ค่าทำเอกสารออกนอกราชอาณาจักรของผู้ถือหนังสือต่างด้าว / ค่าวีซ่าด่วน / ค่าวีซ่าของชาวต่างชาติ / ค่าภาษี 7 % และ ภาษี 3%


เงื่อนไข สำรองที่นั่ง มัดจำ 20,000 บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตาม ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 20 วัน
เงื่อนไขการยกเลิก  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน-หักค่าใช้จ่าย 10,000 บาท / ยกเลิกก่อนการเดินทาง 21-29 วันขึ้นไป-เก็บค่าใช้จ่าย 20,000 บาท / ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-20 วัน-เก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์ / ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-6 วัน - เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

หมายเหตุ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายการได้ตามความเหมาะสม / ในกรณีที่ไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ทัน อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ความล่าช้าและความผิดพลาดจากทางเรือ รถไฟ สายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า / การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์ เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย / บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ให้กับลูกค้าในวงเงิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 10 ท่าน / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ หรือทีการปรับค่าธรรมเนียมต่างๆ

โปรดทราบ  เนื่องจากซินเกียง เป็นพื้นที่อ่อนไหวทางการเมือง ในกรณีที่มีเพียงข่าว ยังไม่มีประกาศห้ามเข้าจากทางรัฐบาลจีน ผู้จัดถือว่ายังมีความปลอดภัยอยู่ในระดับปกติ ยังคงเดินหน้าจัดกรุ๊ปทัวร์ต่อไป เพราะตั๋วเครื่องบิน, ตั๋วรถไฟ, ห้องพัก, วีซ่า ต้องมีการจัดการเตรียมไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าในกรณีที่มีประกาศห้ามเข้าอย่างเป็นทางการ ผู้เดินทางยอมรับความเสี่ยงว่า เมื่อผู้จัดหยุดดำเนินการอาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้ เช่น ค่าวีซ่า ค่าตั๋วรถไฟ ค่ามัดจำตั๋ว ฯลฯ ซึ่งไม่อาจขอเงินคืนได้ แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ใช้ หรือ ดำเนินเรื่องขอคืนได้ บริษัทฯ จะจัดคืนให้ลูกค้าได้ก็ต่อเมื่อ ทางบริษัทได้รับคืนมาจากสายการบิน หรือ จากเอเย่นต์ต่างประเทศแล้วเท่านั้น
 

จองทริปนี้

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับไปหาท่าน

ติดต่อเรา
MERRYLAND TRAVEL SERVICE CO., LTD.
1270-1272 ถ.พระราม4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-2498217
แฟกซ์ 02-2401285-6, 02-2402287
อีเมลล์ merrylandtravel.th@gmail.com
ใบอนุญาตเลขที่ 11/00183

 


certified member of
Copyright 2015 © Marrytravel. All rights reserved by siam-webdesign